วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561

นับถอยหลัง...ปิดฉากชุมชนคลองเป้ง


นับถอยหลัง...ปิดฉากชุมชนคลองเป้ง
คมสันติ์  จันทร์อ่อน  กองเลขาเครือข่ายสลัม 4 ภาค

          เมื่อราว 2 ปี ก่อนชาวบ้านรัมคลองเป้งประสานงานมายังทีมหยุดไล่รื้อเร่งด่วนของเครือข่ายสลัม 4 ภาค  เนื่องด้วยชุมชนคลองเป้งถูกทางกรุงเทพมหานครดำเนินคดีตามกฎหมาย ประกาศคณะปฎิวัติฉบับที่ 44 พ.ศ. 2502 ให้รื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างออกภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นกฎหมายที่ไม่เปิดโอกาสให้ชาวชุมชนสามารถขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรมได้  และปัญหานี่เองทำให้เราได้รู้จักกัน
          ชุมชนคลองเป้ง เป็นชุมชนขนาดกลางๆมีผู้อาศัยอยู่ราว 68 หลังคาเรือน ตั้งอยู่ตามแนวลำรางสาธารณะคลองเป้ง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร  อาศัยอยู่มายาวนานราว 30 ปี   ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำมาหากิน อยู่บริเวณชุมชนไม่ไกลนัก  เป็นแรงงานนอกระบบบ้าง ลูกจ้างตามร้านรวงในย่านทองหล่อ  เป็นแรงงานราคาถูกเพื่อเติมเต็มกลไกเมืองให้ขับเคลื่อนหมุนไปได้



สภาพที่อยู่อาศัยชุมชนคลองเป้งเดิม
          การได้มาประสบพบเจอกันท่ามกลางปัญหาอันหนักอึ้งกับกฎหมายที่ยังล้าหลัง ละเมิดสิทธิมนุษยชนฉบับนี้  เป็นสิ่งที่ยากพอสมควรในการแก้ปัญหา เนื้อหาภายในตัวประกาศมีความบางส่วนว่า “ในกรณีที่ปรากฏว่าได้มีการปลูกสร้างอาคารหรือปลูกปักสิ่งใดๆ ลงในที่ดินในแม่น้ำลำคลอง อันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือเป็นที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันหรือรุกล้ำเข้าไปในที่ดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งจังหวัดซึ่งสถานที่นั้นตั้งอยู่ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปตรวจสถานที่นั้นๆ ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดตรวจแล้วเห็นว่าสถานที่ซึ่งปลูกสร้างอาคารหรือปลูกปักสิ่งใดๆ ลงเป็นที่ดินหรือแม่น้ำลำคลองอันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือเป็นที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยแน่ชัดปราศจากสงสัย ก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือแจ้งให้บุคคลผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารหรือสิ่งปลูกปักนั้น ให้รื้อถอนไปให้พ้นที่อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือในกรณีที่ไม่ปรากฏตัวผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครอง ก็ให้ปิดคำสั่งนั้นไว้ ณ อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น และเมื่อครบกำหนดเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ออกคำสั่งนั้นแล้ว ยังไม่มีการรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นออกไป ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินจัดการรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นได้ ในการนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจขายโดยวิธีที่เห็นสมควรซึ่งทรัพย์สินที่รื้อถอนหรืออยู่ในอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น และให้นำความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๒๗ มาใช้บังคับแก่เงินที่ขายทรัพย์สินนั้นได้โดยอนุโลม”  เห็นชัดว่าประกาศฉบับนี้ผู้ใดถูกบังคับใช้หมดสิทธิ์ขึ้นศาล หรือเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้เลย
  
 
ประกาศแจ้งรื้อย้ายชุมชนคลองเป้งตาม ปว.44
          กระทั่งเครือข่ายสลัม 4 ภาค ได้ประสานกับทางผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขตวัฒนา เพื่อยืดระยะเวลาการบังคับใช้ ปว.44 กับชุมชนคลองเป้ง  จนได้กรอบระยะเวลา 18 เดือนขึ้นมา ตามแผนชาวชุมชนช่วยกันวางไว้ว่า ระยะเวลาประมาณนี้น่าจะหาที่รองรับแห่งใหม่ให้กับตัวเองได้ทัน  และยังดีกว่า 15 วันที่ทางสำนักงานเขตมาติดประกาศไว้เสียอีก
          การติดประกาศไล่รื้อคราวนี้ ไม่ใช่เรื่องเล่นอีกแล้วสำหรับชาวคลองเป้ง  มีหลายครั้งหลายคราที่มีข่าวแว่วๆว่าทางการจะมาไล่รื้อ  แต่ก็ผ่านพ้นมาได้นับสิบปี ดูไม่จริงจัง  คราวนี้ต่างกับทุกครั้ง มีเอกสารที่เตรียมพร้อมขับไล่พวกเขาอย่างแท้จริง   การวาดเส้นทางชีวิตใหม่ของชาวชุมชนคลองเป้งจึงต้องผนึกรวมใจกันอีกครั้ง  เพราะจะหาที่ดินในเขตกรุงเทพมหานครก็แสนจะยากลำบากสำหรับคนหาเช้ากินค่ำและจากจำนวนผู้อาศัยอยู่ในชุมชนคลองเป้งกว่า 70 ครอบครัว เหลือเพียง 45 ครอบครัวเท่านั้นที่จะร่วมหัวจมท้ายไปสร้างชุมชนใหม่ด้วยกัน   ด้วยจำนวนคนที่น้อย และราคาที่ดินที่แพง ชาวคลองเป้งกลุ่มนี้จึงหาเพื่อที่ร่วมชะตาเดียวกันตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมาเพื่อซื้อที่ดินแปลงใหญ่แล้วบริหารจัดการร่วมกัน
          ความต่างที่ต้องนำมาเปรียบเทียบโครงการจัดระเบียบชุมชนริมคลองลาดพร้าวที่รัฐบาลดำเนินการอยู่นั้น  ได้ทำการรื้อบ้านชาวชุมชนไปหลายร้อย หลายพัน หลังคาเรือนไปไว้ที่อื่น ส่วนกลุ่มที่อยู่ที่เดิมก็ต้องรื้อสร้างใหม่จำนวนมาก   แต่เนื่องจากเป็นดครงการที่จะเป็นหน้าเป็นตาของรัฐบาลชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าวยังพอมีงบประมาณช่วยเหลือก้อนใหญ่  และอำนวยความสะดวกด้านกฎหมายปลูกสร้างบ้านอีก  ทำให้การสร้างที่อยู่อาศัยแห่งใหม่อุปสรรคลดลง  ส่วนชุมชนคลองเป้ง เป็นการอาศัยช่วงกระแสรื้อชุมชนริมคลองลาดพร้าว  มาไล่รื้อชุมชนริมคลองย่อยต่างๆ  แต่ที่ไม่เหมือนกันคืองบประมาณที่จะช่วยเหลือชาวชุมชนเหล่านั้นกรุงเทพมหานครไม่ได้มีเหมือนกับโครงการจัดระเบียบชุมชนริมคลองลาดพร้าวเลย

รองผู้ว่าฯกรุงเทพมหานครลงพื้นที่การย้ายชุมชนคลองเป้ง
          อุปสรรคของชาวคลองเป้งยังไม่หมดเพียงเท่านั้น  หากคำนวนเงินแล้วถ้าใช้สินเชื่อราคาถูกที่รัฐบาลจะจัดให้มานั้นด้วยวงเงินเพียง 360,000 บาทต่อครอบครัว จะไม่เพียงพอต่อการสร้างบ้านหลังใหม่หลังจากที่ได้ซื้อที่ดินไปแล้ว  หากจะเริ่มสะสมออมทรัพย์กันก็ต้องใช้ระยะเวลาอีกพักใหญ่   ชาวชุมชนจึงพูดคุยกับทางประชาคมในเขตวัฒนาเอง  ซึ่งนำโดยบริษัทเบนซ์ทองหล่อ ได้จัดกิจกรรมประมูลของต่างๆขึ้นมาเพื่อเป็นทุนสมทบสร้างชุมชนใหม่ให้กับชาวคลองเป้ง  การจัดกิจกรรมคราวนั้นได้เงินระดมทุนมารวมเบ็ดเสร็จ 900,000 บาท  แต่น้ำใจคนจนก็บังเกิด  เงินจำนวนดังกล่าวชาวคลองเป้งไม่ได้เก็บไว้สำหรับแค่พวกเขา  แต่นำไปกระจายสำหรับทุกคนที่อยู่ในสหกรณ์เคหสถานภูมิใจเท่ากันทุกคน

ภาพการมอบเงินสมทบสร้างชุมชนใหม่ของชาวคลองเป้ง
          และในที่สุดความฝันของเขาก็เป็นจริงขึ้นมาได้หลังจากที่มีที่ดินเป็นของตนเองในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร  เมื่อเขาได้ลงนามซื้อขายในนามสหกรณ์ซื้อที่ดินบริเวณบึงนายพล ซอยประชาร่วมใจ 43 เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร   แน่นอนที่เดิมย่อมไกลจากที่ใหม่  ซึ่งห่างจากที่เดิมราว 40 กิโลเมตร  และอาจจะเป็นเหตุผลใหญ่ที่ชาวคลองเป้งหลายครอบครัวไม่มาร่วมการสร้างชุมชนใหม่แห่งนี้  เนื้อที่กว่า 15 ไร่ จะเป็นชุมชนใหม่ และเป็นที่ตั้งรกรากใหม่ชองลูกหลานชาวคลองเป้ง และชาวสหกรณ์เคหสถานภูมิใจ


แผนที่เส้นทางชุมชนเดิมคลองเป้งไปยังพื้นที่รองรับแห่งใหม่ย่านบึงนายพล


ภาพพิธีการตั้งศาลพระพรหมของชุมชนภูมิใจ
          วันที่ 15 ตุลาคม 2561 จะเป็นวันสุดท้ายที่เป็นเส้นตายที่ชาวคลองเป้งกับสำนักงานเขตวัฒนาว่าจะรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากแนวคลองเป้งทั้งหมดทุกหลังคาเรือน  คงเป็นวันที่ปิดตำนานเล่าขานซอกหลืบเล็กๆของสังคมเมืองอย่างเงียบๆ  ที่ไม่เป็นข่าวหน้าสื่อใดๆ   แต่อย่างน้อยพวกเขายังมีความ “ภูมิใจ” ที่ยังคงสามารถดำรงชีพในเมืองหลวงอันแสนโหดร้ายนี่ต่อไปได้ดังชื่อชุมชนใหม่ของพวกเขา “ชุมชนภูมิใจ”

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

๒๐ ปี การเคลื่อนไหวเพื่อปฎิรูปที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย

  ๒๐ ปี การเคลื่อนไหวเพื่อปฎิรูปที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย โดย คมสันติ์ จันทร์อ่อน กองเลขาเครือข่ายสลัม ๔ ภาค   เครือข่ายสลัม ๔ ภาค มี...